กลิ่นบุหรี่เป็นหนึ่งในกลิ่นที่กำจัดยากที่สุด เพราะควันบุหรี่มีอนุภาคขนาดเล็กที่ลอยฟุ้งและเกาะติดทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นผนัง ม่าน พรม โซฟา หรือเครื่องใช้ต่าง ๆ หากปล่อยทิ้งไว้นาน กลิ่นจะซึมลึก
ทำให้ทั้งห้องมีกลิ่นเหม็นอับและอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ การกำจัดกลิ่นบุหรี่จึงต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนและใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดต่อไปนี้คือวิธีที่ช่วยให้กลิ่นบุหรี่ในห้องหายเป็นปลิดทิ้งได้จริง

วิธีกำจัดกลิ่นบุหรี่ในห้องให้หายเป็นปลิดทิ้ง
- เปิดระบายอากาศให้มากที่สุด
เริ่มต้นด้วยการเปิดประตูและหน้าต่างทุกบานเพื่อให้ลมถ่ายเท หากใช้พัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมดูดอากาศช่วยเป่าควันและกลิ่นออกไปด้วยจะยิ่งทำให้ห้องกลับมาหายใจได้อีกครั้ง วิธีนี้เหมาะทำทันทีหลังมีคนสูบบุหรี่ในห้อง เพราะกลิ่นจะยังไม่ฝังแน่นจนเกินไป
- ทำความสะอาดพื้นผิวทั้งหมด
ควันบุหรี่เกาะติดพื้นผิวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ตู้ เตียง โดยเฉพาะผนังที่มักเป็นต้นตอของกลิ่นฝังลึก ควรใช้น้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชู หรือผสมน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เช็ดให้ทั่วทั้งห้อง วิธีนี้ช่วยสลายคราบและกลิ่นได้ดี น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ดูดซับกลิ่น ทำให้ห้องสดชื่นขึ้นชัดเจน
- ซักผ้าม่าน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าอื่น ๆ
สิ่งที่ดูดกลิ่นควันได้ดีที่สุดคือสิ่งทอ หากต้องการให้กลิ่นหายถาวรควรถอดมาซักทั้งหมด ถ้าซักด้วยน้ำอุ่นผสมเบกกิ้งโซดาจะช่วยลดกลิ่นได้มากขึ้น โซฟาผ้าสามารถใช้สเปรย์กำจัดกลิ่นหรือเบกกิ้งโซดาโรยทิ้งไว้สัก 2–3 ชั่วโมงก่อนดูดออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น วิธีนี้เห็นผลดีมาก
- ใช้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่น
เบกกิ้งโซดาเป็นของใช้ราคาประหยัด แต่ดูดกลิ่นได้ยอดเยี่ยม นอกจากใช้กับโซฟาแล้ว ยังสามารถเทใส่ถ้วยแล้ววางไว้ตามมุมห้อง ทิ้งไว้ 1–2 วัน กลิ่นบุหรี่จะค่อย ๆ ลดลงและหายไป เพราะผงจะดูดซับกลิ่นในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้น้ำส้มสายชูตั้งทิ้งไว้ในห้อง
เพียงเทน้ำส้มสายชูลงในถ้วยหรือขวดเปิดฝา แล้วตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของห้อง กลิ่นฉุนของน้ำส้มสายชูจะช่วยดักจับและสลายกลิ่นบุหรี่ได้ดี ไม่ต้องกังวลว่าห้องจะเหม็นน้ำส้มสายชู เพราะกลิ่นจะจางหายไปเองหลังจากระบายอากาศ
- จุดเทียนหอมหรือใช้น้ำมันหอมระเหย
เป็นวิธีเสริมเพื่อเพิ่มความหอม ไม่ใช่วิธีกำจัดกลิ่นหลัก แต่ใช้หลังจากทำความสะอาดแล้วจะช่วยให้ห้องสะอาด สดชื่น และกลิ่นบุหรี่ไม่หวนกลับเร็ว กลิ่นยอดนิยม เช่น เลม่อน ยูคาลิปตัส ลาเวนเดอร์ หรือมินต์ ที่ช่วยตัดกลิ่นอับได้ดี
- ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA + Carbon
หากกลิ่นติดห้องเรื้อรัง แนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองคาร์บอน เพราะมีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นและควันได้โดยเฉพาะ เปิดต่อเนื่องหลายชั่วโมงจะช่วยลดกลิ่นบุหรี่ในอากาศอย่างชัดเจน
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังผู้สูงอายุ