ประวัติของ คุณ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ คุณ ดาวนภา เพชรอำไพคู่สามี‑ภรรยาผู้ร่วมสร้างอาณาจักรธุรกิจ MTC (เมืองไทย แคปปิตอล)

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ มีพื้นเพจากจังหวัดสุโขทัย โดยเริ่มต้นชีวิตการทำงานเป็นพนักงานธนาคาร (ธนาคารกสิกรไทย สาขาอำเภอเมืองสุโขทัย) ซึ่งที่นี่เขาได้พบกับ ดาวนภา เพชรอำไพ ภริยา โดยทั้งสองคนร่วมงานกันในธนาคาร ถือเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งชีวิตคู่และธุรกิจในอนาคต แรกเริ่ม ชูชาติจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ส่วน ดาวnพา เกิดที่สุโขทัยเช่นกัน เป็นลูกสาวเจ้าของโรงสีในท้องถิ่น เธอจบปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และต่อปริญญาโทที่ Oklahoma City University ในสหรัฐอเมริกา ด้านการเงิน
การเริ่มต้นธุรกิจ MTC (เมืองไทย แคปปิตอล)
ในปี 2535 (1992) ชูชาติและดาวนภาเริ่มต้นธุรกิจด้วยการจัดตั้งบริษัท ดี.เอส. ลิสซิ่ง จำกัด ด้วยเงินลงทุนเพียงประมาณ 50,000 บาท โดยให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ (“มอเตอร์ไซค์”)
ต่อมาในปี 2544 (2001) ทั้งคู่เปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ: หยุดธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และหันมาทำ “สินเชื่อทะเบียนรถ” โดยเฉพาะสินเชื่อโฉนดที่ดินและทะเบียนรถเพื่อการเกษตร อีกทั้งทั้งคู่ลาออกจากงานธนาคารเพื่อมาทุ่มเทให้กิจการของตนเองเต็มที่
ในเวลาต่อมา บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองไทย ลิสซิ่ง” และเติบโตอย่างรวดเร็ว
สู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2557 (IPO) จากนั้นเมืองไทย ลิสซิ่งจึงกลายเป็น เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ในเดือนมีนาคม ปี 2561
ความสำเร็จของบริษัทนี้ทำให้ตระกูลเพ็ชรอำไพกลายเป็นหนึ่งในตระกูลเศรษฐีหุ้นชั้นนำของไทย รายได้ของ MTCเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในแผนธุรกิจของชูชาติ มีเป้าหมายเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยวางกลยุทธ์ปล่อยสินเชื่อหลากหลาย (สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อนาโน ไฟแนนซ์ สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ)
ชูชาติ เป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน: เขามองเห็นช่องทางการเติบโตในตลาดสินเชื่อรายย่อย และวางแผนระยะยาวให้ MTC เป็นผู้เล่นหลักในตลาด non‑bank โดยยังควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
*ดาวนภา ถูกกล่าวถึงว่ามี “สัญชาตญาณ”ธุรกิจที่เฉียบคม ที่ชูชาติเขาไม่มี โดยเธอสามารถชี้นำกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ ๆ ได้ เช่นการขยายสินเชื่อไปยังทะเบียนรถหรือโฉนดที่ดิน
นอกจากนี้ ดาวนภาสะท้อนบุคลิกที่ “ไม่ทะเยอทะยาน”ในแง่ชื่อเสียง แต่ตั้งใจที่จะมุ่งเน้นงานจริงและการทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงมากกว่า เพียงแค่มีชื่อเสียง
เส้นทางของชูชาติและดาวนภา ไม่เพียงแต่สร้างทรัพย์สินมหาศาลให้กับตนเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสร้างอิทธิพลในวงการสินเชื่อในประเทศไทยอย่างชัดเจน: MTC กลายเป็นบริษัทสินเชื่อรายใหญ่อันดับต้น ๆ มีส่วนแบ่งตลาดสูง และมีความมั่งคั่งในตลาดหุ้นอย่างโดดเด่น
ในขณะเดียวกัน การทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะความช่วยเหลือทางการแพทย์ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพในพื้นที่ชนบท เสริมภาพลักษณ์ของทั้งคู่ว่าไม่ใช่ “เศรษฐีแบบรวยเพื่อรวย” แต่เป็นเศรษฐีที่มีใจให้สังคม และตั้งใจใช้ทรัพยากรที่ตนเองมีเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับคนรอบข้าง
สนับสนุนโดย เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่