คลังเก็บผู้เขียน: admin

ของฝากน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่โกเบประเทศญี่ปุ่น

โอซาก้า เกียวโต และ โกเบ หนึ่งในแพลนทริปที่ใครหลายๆคนที่มาลงเครื่องบินที่สนามบินคันไซ มักจะไปเที่ยวที่  3 เมืองนี้กัน โอซาก้านั้นขึ้นชื่อในเรื่องแหล่งช้อปปิ้งอันใหญ่โตและอาหารถิ่นที่แสนอร่อย เกียวโตนั้นก็ขึ้นชื่อในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แล้วโกเบนั้นของที่ขึ้นชื่อคงหนีไม่พ้นเนื้อโกเบอันโด่งดัง

ที่ใครไปที่เมืองนี้เป็นต้องลองทุกราย แล้วนอกจากเนื้อโกเบแล้วนั้นที่โกเบมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง มีของฝากน่าซื้อกลับมาไหม ในบทความนี้เราเลยจะมาแนะนำของฝากน่าซื้อจากเมืองโกเบกันค่ะ

  1. ซาลาเปาดำไส้หมู (Black Butaman) ในเมืองโกเบนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างไชน่าทาวน์อยู่ และที่นี่นั้นมีของขึ้นชื่ออย่างซาลาเปาไส้หมูอยู่ค่ะ โดยเฉพาะซาลาเปาดำไส้หมูค่ะ โดยสีดำของแป้งนั้นทำมาจากหมึกของปลาหมึก ส่วนตัวไส้นั้นชุ่มฉ่ำไปด้วยเนื้อหมูและกะหล่ำปลีค่ะ ถึงรูปลักษณ์ภายนอกจะดูแปลกๆแต่เป็นของฝากที่อร่อยมากๆค่ะ
  2. โกเบฟรานซ์ โนะ มะโฮพุดดิ้ง (Kobe Frantz’s Magical Jar Pudding) ของฝากที่เป็นที่นิยมอย่างมากของเมืองโกเบ ด้วยส่วนผสมของเฮวี่ครีมและพุดดิ้งที่ผสานกันอย่างลงตัว เมื่อได้ทานเข้าไปในปากแล้วพุดดิ้งจะละลายไปในปาก อร่อยสมชื่อกับที่ได้รับรางวัล ชนะเลิศจาก the Monde Selection ในปี 2015 เลยล่ะค่ะ
  3. อาคาชิวิสกี้ (Akashi Whiskey) เป็นของฝากที่เราขอแนะนำให้กับเหล่าสายดื่มทั้งหลายค่ะ อาคาชิวิสกี้นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองโกเบ ใช้กรรมวิธีการผลิตแบบเดียวกับอาคาชิสาเกและยังใช้ถังบ่มจากไม้โอ๊คเชอร์รีจากอเมริกาและถังบ่มบูร์บองค่ะ ทำให้ได้รสชาติที่เข้มและหอม จะซื้อกลับไปฝากก็ดีหรือจะซื้อเก็บไว้ดื่มเองก็ไม่เลวเหมือนกันค่ะ
  4. คาวาระเซนเบ้ (Kawara Senbei) เป็นขนมที่มีมาอย่างยาวนานของเมืองโกเบ และยังใช้วิธีทำมือแบบดั้งเดิม มีส่วนผสมจากไข่ น้ำตาล และข้าวสาลี ได้รับความนิยมและชื่นชอบในเรื่องรสสัมผัสของความกรอบที่อร่อยอย่างมาก และไม่หวานจนเกินไป โดยตัวขนมมีรูปทรงของกระเบื้องหลังคามาจากคำว่าคาวาระเลยล่ะค่ะ
  5. เดนมาร์กชีสเค้ก (Denmark Cheesecake) ของฝากสุดฮิตและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม สามารถหาซื้อได้ตามสถานี้รถไฟ JR Shin Kobe จากร้าน Kannonya ค่ะ โดยเดนมาร์กชีสเค้กนี้มีความพิเศษอยู่ที่ก่อนทานนั้นต้องนำไปอุ่นร้อนให้ชีสละลายเยิ้มๆค่ะ คุณจะได้รสชาติของชีสเข้าไปแบบเต็มๆทั้งเข้มข้นและอร่อยอย่างมาเลยล่ะค่ะ

อุทยานแห่งชาติหินเขางูที่จังหวัดราชบุรี

        หากใครที่ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดราชบุรีแล้วก็ไม่ควรที่จะพลาดอย่างยิ่งที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานหินเขางูบอกได้เลยว่าที่นี่เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวหรือจะนั่งรถประจำทางไปก็ได้จะอยู่ที่ตำบลเกาะพลับพลาโดยสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 8:00 นจนถึง 18:00 นของทุกวัน

โดยไม่เสียค่าบริการในการเข้าไปเยี่ยมชมที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามทางธรรมชาติโดยมีปากเขาลำเนาไพรเป็นฉากให้เราสามารถที่จะถ่ายรูปสวยๆไปลง Facebook เพื่อนๆที่สำคัญที่นี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทุกฤดูกาลแต่ที่เหมาะจะมาเที่ยวมากที่สุดเลยก็คือฤดูฝนและฤดูหนาวจะทำให้ได้รับบรรยากาศที่ร่มเย็นหรือร้อนนั้นก็สามารถมาเที่ยวที่นี่ได้เช่นเดียวกันแต่เหมาะจะมาช่วงตอนเย็นมากกว่า

เพราะอากาศจะดีกว่าในช่วงเวลากลางวันนั้นอากาศจะค่อนข้างร้อนจัดและสำหรับที่อุทยานแห่งชาติหินเขางูนี้ไม่ได้เกิดจากว่ามีงูเยอะแล้วถูกมาตั้งเป็นชื่อนะคะแต่ที่นี่จะมีการนำเสนอความสวยงามของภูเขาซึ่งแต่เดิมนั้นที่นี่เป็นภูเขาขนาดใหญ่และเคยเป็นที่ทางภาครัฐมีการระเบิดหินเพื่อนำเอาหินมาใช้งานหลังจากที่มีการระเบิดหิน ชาวบ้านเห็นว่าค่อนข้างทรุดโทรมมากแล้ว

จึงได้มีการติดต่อภาครัฐขอให้ทำการยกเลิกสัมปทานที่นี่เนื่องจากว่าสภาพที่นี่ส่งเป็นอย่างมากหลังจากนั้นเมื่อหมดสัมปทานไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดและประชาชนต่างก็พากันรวมใจสั่งที่นี่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวเพื่อชมความงามของถ้ำรวมถึงยังเป็นสถานที่ที่เรามากราบไหว้พระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ได้อีกด้วยสำหรับที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีการยิงแสงเลเซอร์เป็นรูปร่างของพระพุทธรูปขึ้น

ไปอยู่บนหน้าผานอกเหนือจากที่เราเห็นที่พัทยาและตลอดสองข้างทางเราจะสามารถมองเห็นแนวป่าไม้อันร่มรื่นๆรวมถึงภูเขาสีสวยการเดินทางที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่สร้างเป็นสะพานคดโค้งรอบเขาให้เราเดินชมความงามไปเรื่อยๆซึ่งตรงสะพานที่มีการสร้างโค้งงอตามรูปทรงของภูเขานี่เองที่เปรียบเสมือนกับงูจึงทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าหินเขางูและในช่วงบ่ายๆเย็นๆนักท่องเที่ยวก็ยังจะสามารถเห็นฝูงลิงที่จะลงมาจากภูเขามาเดินเที่ยวเล่นอยู่ตามริมถนนนักท่องเที่ยวที่ชอบส่งความงามศิลปะสมัยโบราณก็สามารถเดินทางมาที่นี่

ได้เพราะมีพระพุทธรูปหลายรูปที่เป็นพระพุทธรูปที่สร้างตั้งแต่สมัยทราวดีซึ่งจะถูกสร้างเก็บเอาไว้ในถ้ำต่างๆซึ่งที่นี่มีมากมายหลายท่านแต่ละท่านก็อยู่ใกล้ๆกันสามารถเดินทางไปเที่ยวภายในวันเดียวได้ยกตัวอย่างคำที่มีอยู่ที่นี่ก็คือทำจีนจาม   ถ้ำฝาโถ    และถ้ำฤาษี    แต่ละถ้ำก็มีความสำคัญแตกต่างกันออกไปหากใครมีเวลาก็สามารถเดินทางมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติหินเขางูนี้ได้ที่นี่เหมาะทั้งเป็นสถานที่ถ่ายรูปและอออกกำลังกาย

เดินทางท่องเที่ยง ณ พังงา 

ในเวลาเช้ามืดวันศุกร์ ผมเดินทางเข้าสู่สนามบินภูเก็ตเป้าหมายของการเดินทางในทริปนี้ของผมคือจังหวัดพังงาผมขึ้นรถบัสจากสนามบินภูเก็ตเพื่อไปลงยัง ถลาง จุดที่สามารถต่อรถไปยัง พังงาได้ พังงาอาจจะเป็นจังหวัดที่บงคนมองเป็นเพียงทางผ่านแต่สำหรับผมพังงาเป็นจังหวัดที่ผมต้องการเดินทางไปสัมผัสสักครั้งมานานแล้ว ซึ่งย่านเมืองเก่าตะกั่วป่าเป็นจุดแรกของการเดิทางในทริปนี้ร่วมสองชั่วโมงครึ่งผ่านไปผมก็เดินทางมาถึงยังตะกั่วป่ากับวิวสองข้างทางที่รายล้อมไปด้วยป่า

และตัวเมืองที่ดูเหมือนจะหยุดพัฒนาไปเป็นสิบปีแล้วมาถึงยังตะกั่วป่าแล้วย่านเมืองเก่าเป็นจุดที่ผมต้องการจะเดินทางไปสัมผัสมากที่สุดในวันศุกร์ของตะกั่วป่านี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่เงียบเหงาเพราะผู้คนในตะกั่วป่าแห่งนี้มีจำนวนน้อยอยู่พอสมควรในอดีตตะกั่วป่าเป็นเมืองเก่าและเป็นศูนย์กลางการค้าแร่ขนาดใหญ่

ซึ่งมีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในสมัยโบราณแต่ในปัจจุบันเมืองตะกั่วป่าแห่งนี้กลับมองดูเงียบเหงาในรูปแบบของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้สูงอายุและเด็กเล็กแต่เมืองตะกั่วป่าแห่งนี้ก็ยังมีการจัดตลาดนัดคนเดินในทุกวันอาทิตย์ ซึ่งก็จะทำให้ตะกั่วป่ากลับมาครึกครื้นได้อีกครั้งในวันนั้นผมค้นพบว่าเมืองตะกั่วป่ามีสถาปัตยกรรมที่ดูคล้ายกับภาพในอดีตในวัยเด็กของผมไม่ว่าจะเป็นการเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของผู้คนที่นี่ ซึ่งดูจะเป็นภาพอดีตที่เคลื่อนไหวได้ไม่ว่าจะเป็นร้านนาฬิกาโบราณหรือแม้กระทั่งร้านตัดผมหลังจากได้แวะเวียนมาเยี่ยมเมืองเก่าตะกั่วป่าเรียบร้อย

แล้วผมก็รอรถเมล์เพื่อที่จะเดินทางออกจากสถานที่แห่งนี้ไม่ไกลไปจากเมืองเก่าตะกั่วป่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมกำลังจะเดินทางไป  คลองสังเน่ห์หรือ LITTLE AMAZON TAKUAPA สถานที่แห่งนี้มีการล่องเรือยางที่น่าสนใจกับผมเป็นอย่างมากเพราะในคลองสังเน่ห์นี้เป็นที่อาศัยของสัตว์มีพิษเป็นจำนวนมากนั่นคืองูหลากหลายชนิดที่สามารถพบเห็นได้ที่นี่ทำให้การล่องเรือชมวิวในแบบฉบับที่หวาดเสียวนิดๆ

นี้เปลี่ยนอารมณ์ให้ผมรู็สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่น้อยทิวทัศน์ของที่นี่ดูคล้ายกับป่าดึกดำบรรพ์ด้วยในช่วงที่ฝนเพิ่งตกไม่นานทำให้น้ำเปลี่ยนสีจากสีฟ้าของน้ำทะเลกลายเป็นสีน้ำตาลทำให้ไม่สามารถมองลงไปเห็นพื้นน้ำของที่นี่ได้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้การล่องเรือครั้งนี้มีบรรยากาศที่ดูลึกลับให้ดูน่าติดตามในเส้นทางหนึ่งในจิ๊กซอว์ของความทรงจำที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของผมที่ยังเก็บไว้เป็นความทรงจำ

อาหารที่ควรกินเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศอินเดีย

“นมัสเต” คำทักทายสวัสดีกันในภาษาอินเดีย เมื่อพูดถึงประเทศอินเดียแล้วนั้นทุกคนนึกถึงอะไรกันบ้างคะ บางคนอาจจะนึกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่าง ทัชมาฮาล บ้างก็อาจจะนึกถึงผ้าส่าหรีแสนสวย

บ้างก็นึกถึงเครื่องเทศนานาชนิด และที่ขาดไปไม่ได้เลยคือสตรีทฟู๊ดส์และอาหารอร่อยต่างๆที่หลายๆคนมักจะนึกถึงใช่ไหมล่ะคะ และใช่แล้วค่ะเมื่อพูดถึงอินเดียแล้วนั้นอาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกมาเยือนที่ประเทศแห่งนี้

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำอาหารที่ยังไงก็ควรกินเมื่อไปเที่ยวที่อินเดียค่ะ มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1.ปานิปูรี (Pani Puri) เป็นอาหารว่างสำหรับเรียกน้ำย่อยชิ้นพอดีคำ โดยอาหารชนิดนี้จะเป็นอาหารมังสวิรัติค่ะ เป็นแป้งสาลีก้อนกลมกดให้แบนแล้วนำไปทอดจนพองตัวกรุบกรอบ จากนั้นจะเจาะรูตรงกลางใส่ไส้ด้วยมันฝรั่งบด ถั่วลูกไก่ หัวหอม เครื่องเทศ พริก และน้ำซอสรสออกหวานจนเต็มชิ้นปานิปูริ 

  1. คีม่า (Keema) คือแกงกะหรี่เนื้อวัวบดรสชาติกลมกล่อมหอมอร่อยหอมเครื่องเทศ ในแกงกะหรี่จะประกอบไปด้วย ถั่วลันเตา กระเทียม หัวหอม พริก แล้วก็ขิงค่ะ จริงแล้วคีม่าบางร้านอาจจะใช้เป็นเนื้อแพะ หรือ เนื้อแกะ แทนเนื้อวัวก็มีค่ะ
  2. จาฏ (Chaat) เป็นอาหารทานเล่นที่หาได้ตามสตรีทฟู๊ดส์ เป็นอาหารที่เป็นที่นิยมของชาวอินเดียค่ะ โดยจาฏคือขนมปัง หรือ มันฝรั่งทอดที่ราดด้วยพริก โยเกิร์ต ถั่วลูกไก่ ซอสมะขาม ขิง และเครื่องเทศชนิดต่างๆค่ะ รสชาติจะออกเปรี้ยว หวาน เผ็ด และได้สัมผัสกรุบกรอบอีกด้วยค่ะ
  3. อิดลี (Idli) หรือ เค้กข้าวเผ็ด นิยมกินกันเป็นอาหารเช้าและอาหารว่างค่ะ มีที่มาจากทางตอนใต้ของอินเดีย แต่ปัจจุบันสามารถหาทานได้ทั่วไปแล้วค่ะ อิดลีทำจากข้าวและถั่วดำนำไปโม่เป็นแป้ง จากนั้นนำไปแป้งไปหมักไว้ค้างคืนก่อนนำไปนึ่งค่ะ กินคู่กับซัมบาร์(แกงผัก) หรือ ชัทนี่ย์
  4. เคบับ (Kebabs) อาหารที่หาทานได้ตามแผงลอยตามสตรีทฟู๊ดส์ของอินเดีย เคบับคืออาหารประเภทเนื้อต่างๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ ที่นำมาไปหมัก จากนั้นเสียบไม้และนำไปย่างร้อนๆหอมอร่อย ปรุงรสด้วยซอสและเครื่องเทศต่างๆ คล้ายๆบาบีคิวค่ะ 
  5. บาจี (Bhaji) มักจะทานกันเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของประเทศอินเดียค่ะ บาจี คือ หัวหอมทอดค่ะ โดยนิยมจิ้มกินกับชัทนี่ย์มะม่วงค่ะ
  6. นาน (Naan) อาหารหลักของชาวอินเดียที่คุณสามารถเจอได้ทั่วทั้งประเทศเลยค่ะ โดยนานจะเป็นแป้งที่ผสมกับ ยีสต์ เกลือ และโยเกิร์ต ทำให้แบนและนำไปนาบกับเตาดินจนสุก มักกินคู่กับแกงกะหรี่ และซอสชนิดต่างๆค่ะ
  7. บิรยานี (Biryani) คือ ข้าวหมกอินเดียค่ะ เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ อุดมไปด้วยเครื่องเทศมากมายและสมุนไพรนานาชนิด เช่น หญ้าฝรั่น ลูกจันทร์เทศ ใบกระวาน ผักชี ทานคู่กับเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น ไก่ เนื้อวัว แพะ แกะ แต่ที่เป็นที่นิยมในอินเดียจะเป็น ไก่ และ แกะ ค่ะ 

วัดถ้ำผาเด่นจังหวัดสกลนคร

ที่จังหวัดสกลนครมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่ประชาชนต่างนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมความงดงามและมาทำบุญไหว้พระขอพรจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้น่าจะเป็นองค์พญานาคที่มีรูปร่างขนาดใหญ่หดตัวให้บังร่มเงาให้กับพระพุทธเจ้าแอ๋มยังมีสวยๆให้เราได้ชมและถ่ายรูปมากมายหลายมุมอีกด้วย

      ต้องบอกว่าณเวลานี้ไม่มีใครที่มาเที่ยวจังหวัดสกลนครแล้วจะไม่แวะมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เพราะที่วัดถ้ำผาเด่นแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็น unseen ของจังหวัดสกลนครอยู่ในปัจจุบันนี้เลยทีเดียวโดยที่วัดแห่งนี้จะอยู่ระหว่างเทือกเขาภูพานและภูผายลโดยตัววัดจะอยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 17 กิโลเมตรด้วยกันชาวบ้านหลายๆคนมีความเชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่หลวงปู่มั่นเคยมาธุดงค์ปักกลดเพื่อถือศีลภาวนาที่นี่ในช่วงปีประมาณพ.ศ 2483 สมบัติที่วัดถ้ำผาเด่นแห่งนี้หากมองดูดีๆแล้วแทบจะไม่เหมือนวัดเลยทีเดียว

ด้วยลักษณะของการตกแต่งสวนโดยรอบเป็นสวนดอกไม้ต้นไม้ที่มีสีสันสวยงามร่มรื่นแปลกตามีสีสันตัดกันไปไม่ว่าจะเป็นขาวแดงเขียวมีการสร้างน้ำตกจำลอง และยังมีการสร้างแบบจำลองรอยเท้าของพระพุทธบาทไว้ที่นี่อีกด้วยลักษณะของการตกแต่งจะมีการสร้างสิ่งสวยงามประดับประดาไว้ตามกฎหินต่างๆรวมถึงมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่ขดตัวอยู่ในสวนสวยแห่งนี้ใครที่มาท่องเที่ยวที่สถานที่แห่งนี้

รับรองได้เลยว่าคุณจะเพลิดเพลินอยู่ในวัดถ้ำผาเด่นแห่งนี้ตลอดทั้งวันไม่มีเบื่อด้วยบรรยากาศโดยรอบที่สวยงามมีมุมให้ถ่ายรูปได้มากมายรวมถึงอากาศที่เย็นสบายจากการที่เราได้รับจากน้ำและต้นไม้นานาพรรณที่ขึ้นครึ้มให้ความร่มรื่น และที่ขาดไม่ได้ที่เป็นจุดเด่นของวัดแห่งนี้อีกจุดหนึ่งก็คือจะมีการแกะสลักพระพุทธรูปไว้บนผาหินขนาดย่อมซึ่งมีการแกะพระพุทธรูปเรียงรายกันตลอด

ความยาวของหน้าผาหินแห่งนี้และด้านบนหน้าผาหินก็จะมีการสร้างเจดีย์สีทองขนาดใหญ่ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเจดีย์สีทองขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นตัวแทนของเขาพระสุเมรุหรือได้ว่าที่วัดแห่งนี้มีศิลปะอันงดงามแปลกตาให้เรามาชื่นชมได้อย่างมากมาย แล้วที่นี่นอกจากจะมีพญานาคที่คอยปกป้องพระพุทธเจ้าแล้วที่วัดแห่งนี้

ยังมีการสร้างรูปปั้นพญานาคไว้อีกมากมายหลายตัวซึ่งแต่ละตัวก็มีขนาดใหญ่และมีสีสันสวยงามแตกต่างกันไปบางตัวเป็นสีรุ้งบางตัวก็มีลักษณะของสีขาว ซึ่งถ้าหากใครที่ชื่นชอบความสวยงามของรูปปั้นพญานาคไม่ควรพลาดที่จะมาท่องเที่ยวที่วัดแห่งนี้หากวันหยุดไม่รู้จะไปที่ไหนลองแวะมาไหว้พระพุทธรูปที่นี่เพื่อขอพรรวมถึงมาถ่ายรูปสวยๆที่วัดถ้ำผาเด่นจังหวัดสกลนครกันดูนะคะ 

 

ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8

อาหารที่น่าลองเมื่อไปเที่ยวที่เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้

เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้ เกาะสุดแสนจะโรแมนติคและบรรยากาศดี๊ดีเหมาะแก่การมาท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด เป็นเกาะที่มีเสน่ห์แบบท้องถิ่นและเต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้จะเป็นแค่เพียงเกาะเล็กๆแต่ก็ดึงดูดใจใครหลายๆคนได้

และจริงๆแล้วที่เกาะเจจูนั้นในเรื่องของอาหารก็มีอาหารที่อร่อยมากๆอยู่ด้วยเหมือนกันนะ เพราะถ้าหากมีโอกาสได้ลองมาที่นี่แล้วละก็เชื่อเหลือเกินว่า ที่นี่จะสร้างความประทับใจให้กับสาวกเกาหลีใต้อีกเมืองหนึ่งอย่างแน่นอน และจะทำให้เกาะเจจูนี้กลายเป็นอีกสถานที่ที่จะอยู่ในใจของคุณต่อจากเมืองหลวงโซล เมืองโอซาก้า และเมืองฮอกไกโดอย่างแน่นอน ซึ่งต่อไปเราจะมีลิสอาหารให้ดูว่าไปเจจูแล้วมีอาหารอะไรน่ากินบ้าง 

  1. ฮึกดเวจี (Heuk Dwaeji) หรือก็คือหมูดำค่ะ ถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเจจูเลยค่ะ มีรสชาติอร่อยมากโดยเฉพาะเวลาเอามาปิ้งย่างค่ะ ฮึกดเวจีนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากถึงขนาดว่าที่เกาะเจจูนั้นมีการจัดตั้งถนนหมูดำขึ้นมาเลย โดยที่เกาหลีใต้นั้นหมูดำมีเพาะพันธ์ที่เจจูเท่านั้นอีกด้วยจึงทำให้เนื้อหมูดำมีราคาสูงกว่าเนื้อหมูธรรมดาๆทั่วไปค่ะ
  2. แฮมูลทัง (Haemultang) คือซุปหม้อไฟทะเลค่ะ เป็นเมนูอาหารท้องถิ่นของเกาะเจจู ค่อนข้างได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเป็นหม้อไฟรสเผ็ดที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลนานาชนิด เช่น เนื้อปลา กุ้ง ปู ปลาหมึกยักษ์  หอยแครง และก็ใส่ผักต่างๆลงไปด้วยทั้ง ผักกาด กะหล่ำปี เห็ด หัวไชเท้า ถั่วงอก ต้นหอม    
  3. หอยเป๋าฮื้อ (Abalone) ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่าการได้ไปลองกินหอยเป๋าฮื้อสดๆอร่อยที่เกาะเจจูอีกแล้วล่ะค่ะ โดยปกติแล้วในที่อื่นๆหอยเป๋าฮื้อถือเป็นอาหารที่มีราคาแพงมากแม้จะเป็นเป๋าฮื้อแบบกระป๋องก็ยังแพง แต่ที่เกาะเจจูนั้นหอยเป๋าฮื้ออยู่ใรเรทราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ หอยเป๋าฮื้อที่เจจูนั้นคุณสามารถเลือกกินได้หลายๆแบบเลยค่ะ ทั้งย่าง แล่เป็นซาชิมิ หรือ โจ๊กเป๋าฮื้อ
  4. ไอศกรีมถั่ว (Peanut Ice Cream) ของหวานอร่อยเย็นชื่นใจ หวานๆมันๆ เป็นที่ชื่นชอบกันอย่างมากแถมมีชื่อเสียงในท้องถิ่นอีกด้วย เพราะทำมาจากถั่วลิสงคุณภาพที่ปลูกบนพื้นที่ของเกาะเจจูที่มีอากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีจึงทำให้ถั่วอร่อยมากๆค่ะ โดยจะเสิร์ฟมาเป็นซอฟท์ครีมรสวานิลลา topping ด้วยถั่วลิสงหั่นละเอียดมาแบบพูนๆ ถือเป็นเมนูที่ให้ความสดชื่นได้ดีหลังจากเที่ยวมาเหนื่อยๆเลย

 

สนับสนุนโดย  nowbet

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรที่จะพลาด

สถานที่ท่องเที่ยวของไทยนั้นมีมากมายแต่คุณจะเห็นได้ว่าสำหรับบางคนก็ยังไปไม่ถึงจะไปหลายที่ที่มีความสำคัญหรือเป็นที่โด่งดังเรื่องลือของประเทศไทยด้วยสถานที่ต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงระดับโลกด้วยกันทั้งสิ้นจะมีที่ไหนบ้างมาดูกันเลยค่ะเพราะวันนี้เราจะพามาแนะนำสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวและหากคุณเป็นคนไทยก็ควรที่จะไปสักครั้งหนึ่งเพราะว่าสถานที่เหล่านี้ถือได้ว่ามีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยนะคะ

สถานที่แนะนำมีดังนี้

หมู่เกาะสิมิลันหรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

สำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันวันนี้อยู่บริเวณของตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงาซึ่งเป็นสถานที่ที่กว้างมากโดยที่มีเนื้อที่ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ หรือ 128 ตารางกิโลเมตร และหมู่ก่อนสิมิลันนี้ก็ได้มีการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2525

สำหรับคำว่าสิมิลัน เป็นภาษามลายูมีความหมายเหมือนกันกับเก้าโดยหมู่เกาะสิมิลันนี้เป็นหมู่เกาะเล็กๆที่อยู่ในบริเวณของทะเลอันดามัน ลักษณะจะเป็นโดยมีการเรียงกันระหว่างเกาะจำนวน 9 เกาะด้วยกันซึ่งเรียงรายตั้งแต่เหนือจรดใต้ โดยมีชื่อเกาะดังนี้คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลันนั่นเอง

สำหรับที่นี่ถือได้ว่ามีชื่อเสียงทางด้านความสวยงามที่มีด้วยกันทั้งที่อยู่บนบกและที่อยุ่ของบริเวณใต้น้ำซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีปะการังที่สวยงามอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน โดยคุณนะสามารถดำน้ำดูได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก แถมหมูกรอบนี้ยังสามารถที่จะพบปลาที่หายากได้อีกด้วยนะยกตัวอย่างเช่น วาฬ โลมา ปลาไหลมอเรย์ ช่วงเดือนที่น่าเที่ยวมากที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน นอกจากนั้นจะประกาศปิดเกาะ

วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แถมยังได้มีการเปรียบเสมือนกับได้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศเราอีกด้วยจะเห็นได้ว่าเป็นแหล่งที่รวบรวมเอาศิลาจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโกและยังทำการได้ขึ้นเป็นทะเบียนที่เป็นมรดกของโลกด้วย

ไม่ว่าที่ไหนก็ถือได้ว่าเป็นความสำคัญของคนไทยด้วยกันทั้งสิ้นดังนั้นหากคุณชอบท่องเที่ยวควรเริ่มที่จะเที่ยวในตัวประเทศของคุณเสียก่อนเพราะสิ่งต่างๆรวมแล้วจะมีความสำคัญและยังมีการจดทะเบียนเป็นมรดกของโลกอีกหลายสถานที่ด้วยกันดังนั้นหากคุณคิดที่จะเดินทางท่องเที่ยวควรไปสถานที่เรามีเสียก่อนจะได้ไม่เป็นการพลาดในการเที่ยว

สถานที่เที่ยวที่ควรไปให้ได้ 

สำหรับประเทศไทยแล้วถือได้ว่าเป็นเมืองของสวนสวรรค์ เชื่อกันว่าหากเกิดเมืองไทยแล้วคุณเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก เพราะนอกจากมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังมีแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวอยู่อีกนับไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา หรือแม้แต่วัดวาอารามเต็มไปหมดหรือกล่าวได้ว่าหากเดินสายเที่ยวในเมืองไทยแล้วอายุแค่ไหนกันถึงจะเที่ยวรอบของเมืองไทยจนหมดสิ้นและในวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ที่เราควรจะต้องไปให้ได้หากเป็นคนไทยนั่นก็คือ

วัดพระแก้วหรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สำหรับวัดพระแก้วนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นในพ.ศ. 2325และก็ยังเป็นวัดในพระบรมมหาราชวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์แถมยังเป็นวัดที่ทรงสร้างขึ้นในสมัยของอยุธยาจากนั้นก็มีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของแผ่นดิน

เราจะเห็นได้ว่าภายในของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งจะมีอาคารที่สำคัญๆอยู่ แถมยังล้อมรอบด้วยอาคารนั้นเป็นจำนวนมาก และยังมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งมีความสำคัญตามตำแหน่งต่างๆ

อ่าวมาหยา 

จะเห็นได้ว่าอ่าวมาหยานั้นมีชื่อเสียงที่ดีถึงระดับโลกอีกที่หนึ่ง และได้มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่นำไปสร้างจึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นไปอีก อ่าวมาหยา (Maya Bay) ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเลซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่โต โดยเป็นอันดับ 2 ของหมู่เกาะของพี่พี จังหวัดกระบี่ของเรานี่เอง จะเห็นได้ว่ามันเป็นเวิ้ง หรือเป็นอ่าวที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ล้อมรอบด้วยเขาที่เป็นหินปูน น้ำทะเลก็จะมีลักษณะเป็นสีใสใส ทำให้การมองเห็นนั้นทะลุไปยังพื้นทรายโดยการมองผ่านทางน้ำ สวนถาดทรายมีลักษณะเป็นหาดทรายละเอียดและมีสีขาว ทำให้ผู้คนที่ได้ไปสถานที่แห่งนี้ติดอกติดใจและประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

หาดไร่เลย์

ไร่เลย์ อ่าวไร่เลย์ หรือ หาดไร่เลย์ตั้งอยู่ณอำเภอเมืองจังหวัดของกระบี่ของเรานี่เอง โดยอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา– หมู่เกาะพีพีซึ่งได้มีฉายานามว่าเป็นหมู่เกาะพีพีแห่งที่ 2 ของจังหวัดกระบี่ และยังเป็นหาดที่งดงามกว่าที่ไหนอีกด้วยสถานที่แห่งนี้มีหินผาที่สูงตระการตา และถือว่าเป็นแหล่งกีฬาปีนผาที่ลือชื่อจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติก็พากันท่องเที่ยวสถานที่แห่งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น

เที่ยวดอยอินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มันเป็นอย่างดีเพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่ 1 ของประเทศไทยเลยทีเดียวความงดงามของดอยอินทนนท์นั้นเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศให้มาท่องเที่ยวที่นี่กันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์นี้ในช่วงฤดูหนาวเพราะเป็นช่วงที่อากาศกำลังดีรวมถึงเป็นช่วงที่ดอกไม้กำลังผลิบานมีสีสันสวยงามหลากหลายสี

สำหรับที่ดอยอินทนนท์นี้มีการประกาศแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 โดยมีการแต่งตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ 2515 เมื่อก่อนดอยอินทนนท์นั้นมีชื่อเรียกว่าดอยหลวงหรือดอยอ่างขางซึ่งความหมายของมันก็คือเป็นดอยที่ใหญ่มากการเดินทางไปดอยอินทนนท์นั้นปัจจุบันมีการสร้างถนนหนทางเป็นทางราดยางอย่างดีสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวขับไปจนถึงดอยอินทนนท์ได้เลยที่นั่นจะมีที่พักไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวสำหรับใครที่ชื่นชอบความงามของธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำตกหรือสวนดอกไม้ที่ดอยอินทนนท์จะตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

เพราะที่นี่มีน้ำตกหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปศึกษาความงามธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำตกแม่ยะหรือน้ำตกแม่กลางและยังมีอีกหลายน้ำตกที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงซึ่งการไปเที่ยวดอยอินทนนท์นั้นบอกเลยว่าเพียงแค่วันเดียวไม่เพียงพอต่อการเที่ยวน้ำตกทั้งหมดแน่นอนสำหรับที่ดอยอินทนนท์นี้ในตอนเช้าตรู่คุณสามารถมายืนมองพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกับดูทะเลหมอกที่สวยงามมองไปทางไหนก็กว้างสุดลูกหูลูกตาเห็นแต่ความเขียวของต้นไม้เต็มไปหมดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมขับรถมาเที่ยวที่นี่แล้วก็เข้าพักตามบ้านพักที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานมีการจัดเตรียมเอาไว้ให้ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก

และหากใครก็ตามที่ไปเที่ยวที่ดอยอินทนนท์แต่ว่าไม่ได้ขับรถไปเองก็มีรถเช่าเป็นรถสองแถวจะขับพาไปชมน้ำตกต่างๆที่เราอยากจะไปการเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมความงดงามของน้ำตกนั้นก็ไม่ลำบากเลยเพราะถึงแม้ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและทางเจ้าหน้าที่อุทยานก็มีการตระเตรียมทางเดินที่เป็นทางไม้อย่างดีให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางเข้าไปชมความงามของน้ำตกได้อย่างสะดวกรวมถึง

เมื่อคุณไปถึงน้ำตกแต่งเช่นน้ำตกผาดอกเสี้ยวคุณถ้าจะลืมความเหนื่อยของการเดินทางของคุณทันทีเพราะนอกจากจะเห็นความเขียวขจีของต้นไม้รอบๆน้ำตกแล้วคุณยังเห็นความงามของน้ำตกที่ไหลตกลงมาและความใสของน้ำตก ซึ่งหากว่าใครเคยได้ไปเที่ยวที่ดอยอินทนนท์แห่งนี้แล้วก็ รับรองว่าไปครั้งเดียวไม่เคยพอ 

เคล็ดลับในการไปเที่ยวคนเดียวให้สนุก

เชื่อว่าหลายๆคนก็ต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกันทั้งสิ้นและอีกหลายๆที่ที่อยากไปเยือนดูอีกสักครั้ง แต่บางคนชวนใครไปก็ไม่อยากมีใครที่จะไปด้วยเพราะเขาเหล่านั้นอาจจะติดธุระติดงานหรือไม่ว่างตรงกันสักทีจึงก่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่จะต้องเดินทางคนเดียวแต่ในสมัยนี้แล้วการเดินทางคนเดียวถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรพอเดี๋ยวนี้ใครๆก็เดินทางคนเดียวแบคแพคเที่ยวคนเดียวตลอดคุณลองเปลี่ยนความคิดไปคนเดียวดูบ้างบางทีอาจจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับตัวคุณเองโดยที่ไม่ต้องรอคอยใครก็ได้นะ 

เรามาดูกันดีกว่าว่าด้วยการไปเที่ยวคนเดียวให้สนุกนะทำอย่างไร

อันดับแรกพบความมั่นใจไปเยอะๆค่ะ

เพราะว่าเราไปจากต่างถิ่นซึ่งจะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราเจออยู่ทุกวันมีความเปลี่ยนแปลงตามสถานที่ต่างๆดังเช่นภาษาภูมิภาคถ้าหากคุณมัวแต่ติดกับอะไรเดิมๆหรือใช้ชีวิตแบบเดิมเท่ากับว่าคุณไปต่างที่แต่ก็แทบไม่ได้เที่ยวอะไรเลย ดังนั้นการไปเที่ยวให้สนุกคุณควรทำให้เข้ากับสถานการณ์หรือสถานที่เหล่านั้นใช้ชีวิตให้เหมือนกับคนที่นั่นมาจะได้ดูแปลกใหม่ไปจากเดิมเป็นการเพิ่มเติมประสบการณ์ในการท่องเที่ยวต่างๆนั่นเอง

เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

สำหรับความหมายนี้เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจความหมายของมันเท่ากับว่าทำตัวกลมกลืนให้เข้ากับสถานที่ท่องถิ่นต่างๆเหล่านั้นแต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าคุณจะแสดงอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไปและควรระวังทรัพย์สินให้ดีนะคะข้าวของที่มีราคาควรเก็บให้มิดชิดการใช้หรือการหยิบจับสิ่งของหรือกระเป๋าสตางค์ก็ควรทำด้วยความระมัดระวังค่ะเพราะอย่าลืมนะคะว่าคุณไปเพียงคนเดียวนั่นทำให้มันเสี่ยงอันตรายกับพวกวิชาชีพได้เป็นอย่างดี

ไปถึงที่หมายก่อนที่ฟ้าจะสว่าง

สำหรับวิธีนี้ถือได้ว่าเป็นไอเดียเจ๋งๆนะคะคุณเดินทางล่วงหน้าเผื่อเวลาไว้สัก 1-2 ชั่วโมงเท่ากับว่าคุณจะไม่ต้องไปแย่งชิงเวลากับใครไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือการเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆการเผื่อเวลาไปก่อนล่วงหน้าถือได้ว่าไม่ต้องไปแย่งชิงการเข้าเยี่ยมชมในสถานที่ต่างๆเพราะจะเห็นได้ว่าในเวลาส่วนใหญ่แล้วคนมักจะมาเวลาปกติหากเรามาก่อนเวลาเท่ากับว่าเราไม่ต้องไปแย่งกับใครเขายิ่งเป็นเวลาหรือสถานที่ที่เราไม่เคยไปมาก่อนเรายิ่งควรไปก่อนล่วงหน้าเพื่อที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันหรือกระชั้นชิดใดๆก็ตามจะทำให้เราสามารถรับมือกับมันและไม่ต้องรีบร้อนรนกับเวลาที่เหลือในการเดินทางท่องเที่ยวอีกด้วย

ควรที่จะมีแผนสำรองไว้เสมอ

สำหรับในการเดินทางครั้งไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตามเราควรกำหนดแผนเอาไว้เป็นดีที่สุดแต่หนึ่งในนั้นเพื่อกันพลาดหรือกันเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นเราควรมีแผนสำรองแผน 2 เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่เสียเวลาไปกับการทำให้แผนหนึ่งผิดพลาดเพราะสถานการณ์ของเรานั้นไม่อาจจะรู้ได้ว่าสิ่งที่เราจะต้องเจอภายภาคหน้ามีอะไรบ้างดังนั้นแผนสำรองจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เฉพาะการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้นแต่เป็นสิ่งต่างๆที่เราควรจะมีสำหรับทุกๆเรื่องในการใช้ชีวิตประจำวัน

 

สนับสนุนโดย  rb88